ทำไมเล่น TFEX ต้องทำ HEDGING
หลายๆท่านคงสงสัยว่าทำไมเวลาเล่น TFEX ต้องทำ Hedging กับซีรีย์อื่นด้วย ทำไมไม่ปิดในซีรีย์เดียวกันไปเลย และการเล่น Celendar Spread คืออะไรเล่นแล้วได้เงินอย่างไร
การเปิด HEDGING ของ TFEX มี 2 กรณีครับ
1.กรณีที่เล่น Calendar Spread ตั้งแต่แรก คือการเข้า Long ซี่รี ใกล้ Short ซี่รี ไกล เค้าจะเรียกว่า Short Spread การทำอย่างนี้ถ้าส่วนต่างราคาแคบลงเราจะได้กำไร Short ซี่รี ใกล้ Long ซี่รี ไกล เค้าจะเรียกว่า Long Spread การทำอย่างนี้ถ้าส่วนต่างราคากว้างขึ้นเราจะได้กำไรมันเป็นกลยุทธอย่างหนึ่งในการเล่น TFEX แต่ต้องคำนวณค่าคอมดีๆนะครับการเล่นแบบนี้ควรเล่น 3 คู่ขึ้นไปเพื่อจะลดค่าธรรมเนียมให้การซื้อ-ขาย ถ้าเล่น 1 คู่ผมว่าไม่คุ้มครับ
2.กรณีที่เข้าแบบ Outright ตอนแรกแล้วผิดทาง แล้วจะมาเปิด Spread ขอยกตัวอย่างนะครับ สมมุติผม Long S50 แต่ตลาดลงแต่ผมมองว่าตลาดลงในช่วงสั้นผมจึงเปิด Spread เพื่อเล่นขาลงในระยะสั้น ถ้าถามว่าทำไมไม่ปิด Long ไปเลยในเมื่อมองลงจะเปิดเพื่มความเสี่ยงทำไม คือตอนนั้นผมมองขึ้นในสัปดาห์แต่ 1-2 วันนี้อาจลง ผมจึงเปิด Spread มาเพื่อเล่นเก็งกำไรระยะสั้น หรืออีกกรณีผมมีเงินเหลือใน Port 80,000 บาืท โดนที่ตลาดกำหนดให้วาง IM 100,000 บาท ตอนนั้นผม ซื้อ Short S50U13 ซึ่งช่วงนั้นผมรู้สึกตัวแล้วว่าตลาดอยู่ในเทรนขาขึ้นอยากจะ Open Long แต่ถ้าปิด Short เงิน IM ก็จะไม่พอ กรณีนี้เราก็เปิด Long S50Z13 ก่อน แล้วปิด Short S50U13 เราก็จะสามารถเปิดสัญญาได้ในวงเงิน 80,000 บาท
ปล.บทความนี้ผมเคยเขียนอภิบายไว้ในกระทู้ Pantip แต่ผมมองว่าเป็นสิ่งที่นักลงทุนรุ่นใหม่ๆควรเรียนรู้ผมจึงนำมารีวิวอีกทีครับ
ที่มา : http://pantip.com/topic/30973247/comment7
3 ตุลาคม 2556
26 กันยายน 2556
หุ้นขึ้น SP คือ ?
หุ้นขึ้น SP คืออะไร
นักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาในตลาดใหม่ๆ อาจเจอหุ้นที่ขึ้นว่า SP,NP มันคืออะไร SP ย่อมาจาก SUSPENSION ตลาดจะติดป้าย SP เพื่อห้ามการซื้อ-ขาย หุ้นจดทะเบียนชั่วคราวมากกว่า 1 รอบ โดยมีเหตุผลดังค่อไปนี้
1. บริษัทนั้นไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเปิดเผยข้อมูล ป้าย NP*(Notice Pending) จะโดนเปลี่ยนเป็นป้าย SP
2. บริษัทไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเปิดเผยข้อมูล หรือราคาหุ้นของบริษัทเปลี่ยนแปลง โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ
3. บริษัทไม่จัดส่งงบดุลตามข้อบังคับภายใน 5 วันทำการ หลังจากการติดป้าย NP*
4. บริษัทไม่จัดส่งงบการเงินตามข้อบังคับ 2 ครั้งติดต่อกัน และยังไม่ส่งตามกำหนดอีกเป็นครั้งที่3
5. บริษัทอยู่ในข่ายอาจถูกเพิกถอนหลักทรัพย์ และต้องเสนอแผนการฟื้นฟูกิจการต่อตลาดหลักทรัพย์ ภายในเวลาที่กำหนด
นักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาในตลาดใหม่ๆ อาจเจอหุ้นที่ขึ้นว่า SP,NP มันคืออะไร SP ย่อมาจาก SUSPENSION ตลาดจะติดป้าย SP เพื่อห้ามการซื้อ-ขาย หุ้นจดทะเบียนชั่วคราวมากกว่า 1 รอบ โดยมีเหตุผลดังค่อไปนี้
1. บริษัทนั้นไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเปิดเผยข้อมูล ป้าย NP*(Notice Pending) จะโดนเปลี่ยนเป็นป้าย SP
2. บริษัทไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเปิดเผยข้อมูล หรือราคาหุ้นของบริษัทเปลี่ยนแปลง โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ
3. บริษัทไม่จัดส่งงบดุลตามข้อบังคับภายใน 5 วันทำการ หลังจากการติดป้าย NP*
4. บริษัทไม่จัดส่งงบการเงินตามข้อบังคับ 2 ครั้งติดต่อกัน และยังไม่ส่งตามกำหนดอีกเป็นครั้งที่3
5. บริษัทอยู่ในข่ายอาจถูกเพิกถอนหลักทรัพย์ และต้องเสนอแผนการฟื้นฟูกิจการต่อตลาดหลักทรัพย์ ภายในเวลาที่กำหนด
*NP Notice Pending บริษัทจดทะเบียน
มีข้อมูลที่ต้องรายงานและตลาดหลักทรัพย์ อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากบริษัท
สรุปแบบง่ายๆคือ บริษัทนั้นยังไม่ส่งการบ้าน ( งบการเงิน/ข้อมูลต่างๆที่ต้องเปิดเผย ) ตลาดเลยไม่ให้เข้าสอบ ( หยุดพักการซื้อ-ขาย) จนว่าจะส่งการบ้านแล้วถึงให้เข้าสอบได้ ^^
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.set.or.th/th/faqs/investment_p1.html
20 สิงหาคม 2556
5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับหุ้น
5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับหุ้น
----------------------------
(เอามาทบทวนกันอีกที)
วรวรรณ ธาราภูมิ
CEO กองทุนบัวหลวง
มีหลายคนทีเดียวที่ชอบคุยเรื่องหุ้นให้คนอื่นฟัง แม้ว่าการพูดคุยเรื่องหุ้นอาจจะดูดี น่าตื่นเต้น ดูมีความรอบรู้ แต่บางคนก็เข้าใจผิด และไม่รู้จริง
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 1: "การลงทุนในหุ้นของบริษัท X ของผม เป็นการลงทุนที่มั่นใจได้ 100%"
ความเข้าใจผิด หุ้นที่ร้อนแรงใครๆ ก็แย่งกันซื้อ ต้องเป็นการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมแน่นอน
----------------------------
(เอามาทบทวนกันอีกที)
วรวรรณ ธาราภูมิ
CEO กองทุนบัวหลวง
มีหลายคนทีเดียวที่ชอบคุยเรื่องหุ้นให้คนอื่นฟัง แม้ว่าการพูดคุยเรื่องหุ้นอาจจะดูดี น่าตื่นเต้น ดูมีความรอบรู้ แต่บางคนก็เข้าใจผิด และไม่รู้จริง
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 1: "การลงทุนในหุ้นของบริษัท X ของผม เป็นการลงทุนที่มั่นใจได้ 100%"
ความเข้าใจผิด หุ้นที่ร้อนแรงใครๆ ก็แย่งกันซื้อ ต้องเป็นการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมแน่นอน
1 สิงหาคม 2556
BANPU แตกพาร์?
BANPU ประกาศแตกพาร์จาก 10 บ.เหลือ 1 บ. นัดประชุมผู้ถือหุ้น 9 ก.ย.นี้
บริษัท บ้านปู จำกัด(มหาชน) หรือ BANPU รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) ของหุ้น BANPU จาก 10 บาท เหลือ 1 บาท โดยกำหนดวันนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติเรื่องดังกล่าวในวันที่ 9 ก.ย. นี้ เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี,รอยัลเมอริเดียน ทั้งกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในวันที่ 16 ส.ค. 2556 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม (XM) ในวันที่ 13 ส.ค. 2556
- บล.เกียรตินาคิน แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
บริษัท บ้านปู จำกัด(มหาชน) หรือ BANPU รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) ของหุ้น BANPU จาก 10 บาท เหลือ 1 บาท โดยกำหนดวันนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติเรื่องดังกล่าวในวันที่ 9 ก.ย. นี้ เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี,รอยัลเมอริเดียน ทั้งกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในวันที่ 16 ส.ค. 2556 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม (XM) ในวันที่ 13 ส.ค. 2556
- บล.เกียรตินาคิน แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
31 กรกฎาคม 2556
หุ้นแตกพาร์ คือ
หุ้นแตกพาร์คืออะไร
หุ้นแตกพาร์คืออะไร นี่เป็นคำถามที่หลายๆคนที่ยังใหม่อยู่กับตลาดหุ้นอาจสงสัยผมจึงอยากนำเรื่องนี้เก็บเข้า BOX เพื่อไว้ให้คนต่อๆไปเปิดออกมาอ่าน ปรกติเวลาซื้อหุ้นนั้นเราจะต้องซื้ออย่างน้อยครั้งละ 100 หุ้น (ยกเว้นถ้าราคาของหุ้นตัวนั้นสูงกว่า 500 ติดต่อกันมาเป็นเวลานานก็จะสามารถซื้อได้ทีละ 50 หุ้น)
สมมุติบริษัทๆหนึ่งมีหุ้นอยู่ทั้งหมด 1000 หุ้น ตอนแรกราคาหุ้นละ 50 บาท ที่ราคานี้เวลาจะซื้อหุ้นบริษัทนี้เราจะต้องใช้เงินอย่างน้อยครั้งละ 5000 บาท (100 หุ้น) ถ้าผ่านไปซักระยะหนึ่งธุรกิจของบริษัทนี้ไปได้ดีแล้วราคาหุ้นขึ้นไปเป็นหุ้นละ 400 บาท ตอนนี้จะซื้อหุ้นบริษัทนี้ทีนึงต้องใช้เงินถึง 40,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินไม่น้อยสำหรับนักลงทุนรายย่อยหลายๆคน
หุ้นแตกพาร์คืออะไร นี่เป็นคำถามที่หลายๆคนที่ยังใหม่อยู่กับตลาดหุ้นอาจสงสัยผมจึงอยากนำเรื่องนี้เก็บเข้า BOX เพื่อไว้ให้คนต่อๆไปเปิดออกมาอ่าน ปรกติเวลาซื้อหุ้นนั้นเราจะต้องซื้ออย่างน้อยครั้งละ 100 หุ้น (ยกเว้นถ้าราคาของหุ้นตัวนั้นสูงกว่า 500 ติดต่อกันมาเป็นเวลานานก็จะสามารถซื้อได้ทีละ 50 หุ้น)
สมมุติบริษัทๆหนึ่งมีหุ้นอยู่ทั้งหมด 1000 หุ้น ตอนแรกราคาหุ้นละ 50 บาท ที่ราคานี้เวลาจะซื้อหุ้นบริษัทนี้เราจะต้องใช้เงินอย่างน้อยครั้งละ 5000 บาท (100 หุ้น) ถ้าผ่านไปซักระยะหนึ่งธุรกิจของบริษัทนี้ไปได้ดีแล้วราคาหุ้นขึ้นไปเป็นหุ้นละ 400 บาท ตอนนี้จะซื้อหุ้นบริษัทนี้ทีนึงต้องใช้เงินถึง 40,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินไม่น้อยสำหรับนักลงทุนรายย่อยหลายๆคน
คิดแบบ วอร์เรน บัฟเฟต
คิดแบบ วอร์เรน บัฟเฟต
-------------------------
ทีมจัดการกองทุนบัวหลวง โดย กร ดุรงคเวโรจน์ / วรวรรณ ธาราภูมิ 31 กรกฎาคม 2556
มีหนังสือนับไม่ถ้วนที่เขียนถึง ลุงวอร์เรน บัฟเฟต ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การลงทุน หรือพยายามจะบอกคนอ่านว่า ลุงบัฟเฟต คิดอะไร และซื้อกิจการตัวไหนเพราะอะไร
แต่ผมว่าหนังสือ “The Warren Buffet Portfolio” ที่เขียนโดย Robert G. Hagstrom และตีพิมพ์ในปี 1999 ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “ลุงบัฟเฟต คิดอะไรเวลาลงทุน” ทั้งยังรวบรวมคำแนะนำเพื่อการลง ทุนอย่างเน้นคุณค่าตามแบบฉบับขอ ง Buffetology
ผมขอสรุปมาสั้นๆ เพื่อให้เราที่ไม่ใช่นักอ่านตัว ยงพอเอาไปใช้ประโยชน์นะครับ
หุ้น -F คืออะไร
หุ้น -F คืออะไร
หุ้น -F นักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาตลาดอาจจะสงสัยในตัวหุ้นว่าหุ้น BBL กับ BBL -F ต่างกันอย่างไร หุ้น -F นั้นในตลาดเรียกว่า FOREIGN BOARD กระดานต่างประเทศจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 สำหรับนักลงทุนชาวต่างประเทศที่ต้องการเป็นเจ้าของหุ้น ชาวต่างประเทศสามารถลงทุนในกระดานหลักหรือลงทุนในกระดานต่างประเทศก็ได้ โดยการลงทุนในกระดานหลัก ทำได้ 2 วิธี คือ โดยใช้ชื่อตัวแทนทะเบียน ผู้ถือหุ้น ซึ่งมักเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำการซื้อ-ขายหุ้นให้ หรือลงทุนใสน หลักทรัพยเอ็นวีดีอาร์ ( NVDR ) การลงทุนในกระดานต่างประเทศโดยมีชื่อตนเองอยู่ในทะเบียน ซึ่งในกรณีหลังจะได้รับสิทธิผลประโยชน์เต็มที่จากที่บริษัท เช่น สิทธิในการจองหุ้น เพิ่มทุน หรือเงินปันผล เป็นต้น แต่ถ้าซื้อจากกระดานหลัก นักลงทุนจะได้รับผ่านบัญชีของตัวแทนหลัก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
